ชื่อร้าน: ร้านกาแฟวาวี
   
 
   
 

"ร้านกาแฟวาวี" ซอยอารีย์ พหลโยธิน ลิ้มรสกาแฟแบบไทยๆ รื่นรมย์กับบรรยากาศแบบคลาสสิค

หากจะไล่เรียงกันถึงแบรนด์กาแฟไทยที่ขึ้นชื่อในระดับแล้ว เห็นจะมีหลายยี่ห้ออยู่เหมือนกันที่ได้รับความนิยม กาแฟวาวีเห็นจะติดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ทั้งนี้ เพราะมีรสชาติที่กลมกล่อม หอมแบบกาแฟไทยโบราณเลยทีเดียว


เดิมร้านกาแฟวาวีมีจุดเริ่มต้นร้านแรกมาจากทางจังหวัดเชียงใหม่ ผู้เป็นเจ้าของได้นำเมล็ดกาแฟ จากการปลูกที่ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย มาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำกาแฟเพราะเป็นแหล่งที่ปลูกกาแฟที่ดีมีคุณภาพ และที่สำคัญ เจ้าของได้เลือกที่นี่เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบของร้านกาแฟวาวีในเวลาต่อมาด้วย

ร้านกาแฟวาวีร้านแรกได้เริ่มเปิดบริการย่านถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 9 ในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีเกินคาด ทั้งนี้ เพราะคอกาแฟทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างติดใจในรสชาติที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมชวนดื่มทั้งร้อนและเย็น ผนวกกับการออกแบบร้านที่ให้บรรยากาศที่เป็นธรรมชาติจึงเป็นเหตุผลให้เจ้าของธุรกิจต้องขยับขยายสาขาร้านกาแฟวาวีออกไปในแหล่งต่างๆ ทั่วจังหวัดเชียงใหม่

ความนิยมและหลงใหลในรสชาติของกาแฟวาวีที่ถูกปากคนไทยอันเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ลูกค้าจากทั่วสารทิศที่ไปเยือนจังหวัดเชียงใหม่ต้องจดจำในรสชาติอย่างไม่ลืมเลือน จนทำให้เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องขยายกิจการในรูปแบบแฟรนไชส์เพื่อสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่อาจไม่ได้มีโอกาสไปเยือนจังหวัดเชียงใหม่ก็ตาม

มาวันนี้ ร้านกาแฟวาวีได้เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ แล้ว ลูกค้าที่ติดใจในรสชาติไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงเชียงใหม่ พร้อมกับมีสาขาให้เลือกตามความสะดวกของลูกค้า สำหรับรสชาติของกาแฟทุกชนิดตลอดจนบรรยากาศภายในและนอกร้านเหมือนกันกับร้านที่เชียงใหม่ทุกอย่าง เรียกว่าที่เชียงใหม่เป็นอย่างไร ที่กรุงเทพฯ ก็เป็นอย่างนั้น

นิตยสารเส้นทางเศรษฐี จึงเดินทางมาที่ซอยอารีย์ ซอย 1 พหลโยธิน ซึ่งเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีผู้คนพลุกพล่านมากเพราะเป็นที่ตั้งของบริษัท หน่วยงานภาคราชการหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงพักเที่ยงและในซอยดังกล่าวก็เป็นที่ตั้งของร้านกาแฟวาวี สาขาซอยอารีย์ ทั้งนี้ เพื่อมาพบกับ คุณชัยนรินท์ ธราเพชรสวัสดิ์ ที่เป็นทั้งผู้บริหารและผู้จัดการร้าน วัย 34 ปี และจบปริญญาโท MBA ด้านสารสนเทศ จากประเทศสหรัฐอเมริกา

พลันที่เดินทางมาถึงหน้าร้านก็พบกับความร่มรื่นของต้นไม้นานาพรรณที่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงาม การจัดวางโต๊ะหลายรูปแบบให้เลือก หากไม่ชอบก็อาจเลือกมุมนั่งเล่นแบบม้าโยกหรือเป็นซุ้ม จัดไว้รองรับตามใจลูกค้าที่มา

เมื่อเดินเข้ามาภายในร้านก็ได้สัมผัสกับอีกบรรยากาศสำหรับคนที่ชื่นชอบแบบคลาสสิคมีการแบ่งเป็นโซนให้เลือกตามความต้องการของลูกค้าที่มาเพื่อนั่งคุยกัน มาอ่านหนังสือ โดยเป็นการจัดโต๊ะเป็นกลุ่ม เป็นคู่ เป็นชุดโซฟาหรือเป็นเคาน์เตอร์ยาวก็มี นอกจากนั้น ชั้นสองก็มีให้บริการที่นั่งแบบส่วนตัว หรือหากต้องการพบปะสังสรรค์ เป็นการประชุมย่อยก็มีบริการห้องประชุมจำนวน 6 คนไว้เช่นกัน

"ร้านนี้เดิมเป็นบ้านเก่าที่คุณแม่ซื้อไว้ และไม่มีใครอยู่ จึงหารือกันในครอบครัวว่าจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์ บังเอิญพี่ชายได้มีโอกาสไปเที่ยวที่เชียงใหม่ ไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟวาวี ประทับใจในรสชาติของกาแฟ และชอบบรรยากาศที่คลาสสิค ที่สำคัญ เห็นลูกค้าเข้ามาดื่มกาแฟกันไม่ขาดระยะ

จึงมีแนวคิดที่จะนำบ้านหลังดังกล่าวมาปรับปรุงเพื่อทำเป็นร้านกาแฟ เพราะเห็นว่าเป็นทำเลที่เหมาะมากอันห้อมล้อมไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่มาจากบริษัทต่างๆ ที่อยู่รายรอบ ห้างสรรพสินค้า แม้แต่หน่วยงานราชการ ตลอดไปถึงผู้ที่พักอาศัยในอาคารชุดอีกหลายแห่ง จากนั้นจึงได้มีการติดต่อร้านกาแฟวาวีเชียงใหม่ที่เป็นเจ้าของแบรนด์เพื่อขอทำเป็นแฟรนไชส์ต่อไป" คุณชัยนรินท์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้น

สำหรับกาแฟซึ่งถือว่าเป็นพระเอกของร้านนั้น คุณชัยนรินท์ บอกว่า ที่ร้านจำหน่ายอยู่ 6 อย่างหลัก นอกจากนั้น ก็จะเป็นน้ำผลไม้ ส่วนเค้กเป็นสินค้าเฉพาะสาขานี้ที่ผลิตเองขายเอง

"ที่ร้านจำหน่ายกาแฟอยู่ 6 อย่างเหมือนที่เชียงใหม่ทุกอย่าง อันได้แก่ เอสเปรสโซ่ อินทนนท์ เอื้องฟ้า ล้านนา ดอยหลวง และมอคค่า มีบริการทั้งแบบร้อนและเย็น แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า

"เอื้องฟ้า" เป็นกาแฟที่ใช้เมล็ดกาแฟพิเศษ จึงทำให้ราคาสูงกว่าชนิดอื่น มีกลิ่นหอมมาก เพราะต้องใช้วิธีคัดเป็นพิเศษจากคุณภาพของเมล็ดกาแฟ ส่วนอินทนนท์จะเป็นกาแฟคั่วจะมีรสชาติเข้มใกล้เคียงกับเอสเปรสโซ่ หากเป็นกาแฟเมล็ดจะเป็นอะราบิก้า ส่วนใหญ่จะมาจากทางดอยต่างๆ ทางภาคเหนือ" ผู้จัดการร้าน ให้ข้อมูลเพิ่ม

คุณชัยนรินท์ ยังบอกต่ออีกว่า คุณลักษณะพิเศษของกาแฟวาวีคือมีรสชาติและกลิ่นแบบไทยๆ เป็นกาแฟโบราณ หรือบางอย่างก็เป็นสูตรของฝรั่งที่ผสมนมสด เพราะคนไทยนิยมรสชาติแบบหวานมัน จึงเป็นสูตรที่ใช้นมข้นผสม

"นอกจากกาแฟแล้วทางร้านยังมีบริการเครื่องดื่มชนิดเสริมให้กับลูกค้าที่ไม่ดื่มกาแฟ อาทิ ชาเย็นที่เป็นชาไทยสีส้ม ชาดำเย็น นมเย็น ชามะนาว โกโก้เย็น หรืออาจเป็นน้ำผลไม้หลายชนิด

สำหรับเค้กที่มีจำหน่ายจะเป็นเค้กเฉพาะของแต่ละสาขา สำหรับสาขาซอยอารีย์จะทำเอง ทั้งนี้ มีเค้กไว้บริการมากกว่า 10 ชนิด หมุนเวียน" ผู้จัดการร้าน บอก

แต่อย่างไรก็ตาม กาแฟแต่ละชนิดมีรสชาติความอร่อยที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับคนดื่ม ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาครั้งแรกอาจยังไม่คุ้นเคยกับรสชาติของกาแฟจึงต้องสั่งทุกอย่างก่อนจนครบ พอเริ่มคุ้นเคยกับรสชาติแต่ละอย่างแล้วจึงจะสั่งเฉพาะที่ชอบและถูกปาก

กาแฟที่ปลูกในเมืองไทยมีการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศในประเทศ พร้อมกับมีการปรับปรุงสายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้คุณภาพและรสชาติเป็นที่ถูกปากคนดื่ม

"อันที่จริงรสชาติของกาแฟไทยไม่ได้ด้อยไปกว่ากาแฟจากต่างประเทศเลยแม้แต่น้อย เพราะมีบางยี่ห้อได้ส่งไปจำหน่ายต่างประเทศเหมือนกัน" คุณชัยนรินท์ กล่าว

การเปิดสาขาที่เป็นแฟรนไชส์นั้น สูตรการผสมกาแฟ วัตถุดิบ อุปกรณ์ทุกอย่าง หรือแม้แต่การวางระบบ ตลอดไปถึงการให้ความรู้ด้านบริการ ฯลฯ เป็นต้น จะต้องเหมือนกับเจ้าของแบรนด์ทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเชื่อมโยงสาขาที่มีอยู่ทั้งหมดให้สามารถบริการลูกค้าไปในแนวทางเดียวกัน เจ้าของแบรนด์จะแจ้งข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และการให้บริการต่างๆ ให้กับทุกสาขาทั้งหมดตลอดเวลา

ส่วนการสต๊อควัตถุดิบนั้น คุณชัยนรินท์ บอกว่า ไม่จำเป็นต้องทำ เพราะวัตถุดิบที่ใช้ถูกส่งมาจากเชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ ดังนั้น จะสั่งของทุกสัปดาห์

"วัตถุดิบที่ร้านไม่มีการสั่งมาเก็บไว้นานๆ เพราะต้องสั่งทุกสัปดาห์อยู่แล้ว แต่จะต้องมีการบริหารจัดการในการสั่งวัตถุดิบให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการในการใช้ให้ได้สัดส่วนที่พอเหมาะ ทั้งนี้ เพื่อจะได้กาแฟใหม่และสดตลอดเวลา" ผู้จัดการร้าน อธิบาย

เมื่อถามถึงจุดเด่นของกาแฟวาวี คุณชัยนรินท์ บอกว่า อยู่ที่รสชาติของกาแฟแบบไทยๆ ที่ถูกปากของคนไทยมาก ทั้งมีกลิ่นหอมชวนดื่ม หรือแม้แต่สถานที่มีการจัดรูปแบบ พร้อมตกแต่งบรรยากาศทั้งแบบเป็นธรรมชาติและแบบคลาสสิค จึงทำให้เป็นจุดสนใจดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน

หันมาดูด้านราคาจำหน่ายกันบ้าง คุณชัยนรินท์ บอกว่า การกำหนดราคาของเครื่องดื่มทุกชนิดเป็นมาตรฐานราคาเหมือนกันทุกสาขา ทั้งนี้ เป็นการกำหนดราคาโดยร้านกาแฟหลักที่เชียงใหม่ แต่กระนั้นก็ตาม ราคาที่จำหน่ายก็ยังเป็นราคาแบบไทยๆ ซึ่งจะเริ่มต้นที่ราคา 45 บาท ไปจนถึงราคา 105 บาท ทั้งกาแฟร้อนและเย็นตามแต่ลูกค้าสั่ง

การให้บริการลูกค้าที่แวะเวียนกันมา ทั้งที่เป็นลูกค้าประจำและลูกค้าจร จะเป็นลูกค้าที่เป็นพนักงานออฟฟิศที่ทำงานอยู่ย่านนี้ เป็นข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ เป็นนิสิต นักศึกษา หรือแม้แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ละแวกนี้ทั้งนั้น เพราะร้านกาแฟวาวีสาขาซอยอารีย์จะเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการนัดพบปะ อ่านหนังสือ นั่งเล่นคอมฯ หรืออาจเป็นการนัดประชุมกลุ่มย่อยก็ย่อมได้

การบริหารงานมักประสบปัญหา อาจเป็นปัญหาเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง หรือปัญหาจากภายนอกบ้าง ภายในบ้าง แต่ทุกปัญหาก็สามารถแก้ไขได้ เพียงแต่จะคลี่คลายในแนวทางใดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเป็นตัวกำหนด

สำหรับปัญหาด้านการบริหารงานของร้านกาแฟวาวี ซอยอารีย์ ที่มีคุณชัยนรินท์ในฐานะผู้นำที่เป็นผู้จัดการร้าน ได้นำพาคณะพนักงานฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ ผ่านร้อน ผ่านฝน และผ่านหนาว มาเป็นเวลากว่า 3 ปี

"ถ้าถามถึงเรื่องปัญหามีทั้งภายในและภายนอก หากเป็นปัญหาภายในอาจเกี่ยวกับด้านบุคลากรพนักงานที่มีการเข้า-ออกหมุนเวียน ซึ่งอาจดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่จริงเมื่อคนเก่าออกคนมาใหม่ต้องอบรมใหม่กว่าจะลงตัวต้องใช้เวลา มันจึงเป็นปัญหาเพราะธุรกิจประเภทนี้เป็นงานให้บริการ หรือบางครั้งอาจเป็นปัญหาจากการส่งของไม่ทันบ้าง แต่ก็ไม่ทำให้งานสะดุดเพราะได้จัดระบบการบริหารรองรับไว้แล้ว

หากเป็นปัญหาจากปัจจัยภายนอก มักเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองมากกว่า เพราะเมื่อใดที่การเมืองไม่นิ่งแล้วเกิดเหตุร้ายทางการเมืองขึ้น ลูกค้าจะลดลงทันที" คุณชัยนรินท์ กล่าวเพิ่ม

ในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แจ่มใส พร้อมกับการเพิ่มจำนวนของธุรกิจในประเภทเดียวกัน ร้านกาแฟวาวี ซอยอารีย์จำเป็นต้องวางกลยุทธ์เพื่อรับมือต่อสู้อย่างเต็มที่

"เรามีวิธีรักษาลูกค้าเก่า พร้อมกับสร้างฐานลูกค้าใหม่ โดยการใช้บัตรสะสมแต้มสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการของร้าน เพื่อนำไปเป็นส่วนลดหรือแถมเครื่องดื่มฟรี เมื่อสะสมแต้มครบตามที่กำหนด แต่ต้องบอกก่อนว่ากิจกรรมนี้มีเฉพาะที่ร้านสาขาซอยอารีย์เท่านั้น" ผู้จัดการร้าน อธิบาย

คุณชัยนรินท์ บอกถึงแนวทางการวางแผนธุรกิจเชิงรุกในอนาคตว่า อาจเพิ่มวิธีการให้บริการ โดยเป็นแบบจัดส่งให้ถึงที่กับลูกค้าที่อยู่บริเวณนี้เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มช่องทางการให้บริการที่สะดวกยิ่งขึ้น แต่แผนนี้ยังเป็นแนวทางอยู่ เพราะต้องศึกษาหารายละเอียดอื่นประกอบด้วย จึงจะตัดสินใจอีกครั้ง

"แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ที่ทำอยู่ได้มีกิจกรรมให้กับชุมชนบริเวณรอบมาร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี โดยได้จัดให้มีวงดนตรีมาบรรเลงที่ร้านเป็นประจำทุกวันพุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์" คุณชัยนรินท์ กล่าวในที่สุด

คอกาแฟทั้งหลายที่สนใจรสชาติกาแฟแบบไทยๆ ทั้งแบบร้อนและเย็น ไปจนถึงกาแฟปั่น พร้อมกับการสัมผัสบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติและแบบคลาสสิค ในราคาสบาย สบาย สไตล์ไทยแลนด์แล้วละก็ ขอเชิญได้ที่ร้านกาแฟวาวี สาขาซอยอารีย์ พหลโยธิน กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกมาก เพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีซอยอารีย์

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. หรือสอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่ โทรศัพท์ (02) 619-9938

   
  รายละเอียดและการเดินทางไปยังร้าน " ร้านกาแฟวาวี"
 
ชื่อร้าน :
ร้านกาแฟวาวี
ประเภทอาหาร :
ที่ตั้ง และการเดินทาง :
เวลาเปิด-ปิด :
เบอร์โทรศัพท์ :
   
  วันที่ : 2010-12-14 16:26:07
  ที่มา :
   
  เปิดอ่าน : 6260  ครั้ง